บทที่ 9 ชื่อของพี่สาว

ภูเมืองกลับขึ้นบันไดทั้งที่เพิ่งลงมาได้ชั้นเดียว

เขาพบนวลละอออยู่หน้าลิฟต์ กำลังก้มอ่านข้อความ พอเห็นเขาเดินย้อนมา เธอก็เก็บโทรศัพท์

“ลืมอะไรหรือคะ”

“หมอพอมีเวลาสักครู่ไหมครับ”

เธอมองนาฬิกา

“มีค่ะ”

เขาพาไปยังม้านั่งตัวเดิม คราวนี้ยังไม่ได้นั่ง ภูเมืองเปิดภาพที่เจ้าหน้าที่ส่งมา แต่ซ่อนจอไว้ข้างตัวก่อน

“ผมกำลังตามคนชื่อหนึ่ง เกี่ยวกับรูปที่พบในอาคารครับ”

เธอรอ

“นวลจันทร์ หมอเคยรู้จักใครชื่อนี้ไหม”

นวลละออมองหน้าเขา แก้วน้ำในมือเอียงจนหยดน้ำไหลลงข้อมือ

“ใครบอกชื่อนี้กับสารวัตร”

เขาเลื่อนโทรศัพท์ให้ดู

เธอไม่รับ เพียงโน้มมองหน้าจอ นิ้วที่จับแก้วบีบแน่นขึ้น

“ขอนั่งก่อนนะคะ”

ภูเมืองรีบขยับพ้นทาง เธอวางแก้วข้างตัวแล้วขอให้เขาขยายภาพ

เขาเปิดให้ดูทั้งด้านที่เห็นเด็กหญิงและลายมือหลังรูป

“มีภาพชัดกว่านี้ไหม”

“ตอนนี้มีเท่านี้ครับ กำลังตรวจเก็บอยู่”

นวลละออมองรอยพับที่พาดผ่านใบหน้าเด็กหญิงคนหนึ่ง

“ชื่อพี่สาวฉันค่ะ”

ภูเมืองนั่งลงช้า ๆ

“พี่คนที่หมอเพิ่งเล่าให้ฟังหรือครับ”

เธอพยักหน้า สายตายังอยู่บนภาพ

“ฉันยังบอกไม่ได้ว่าใช่พี่ไหม ขอเห็นหน้าเต็ม ๆ ก่อน”

“ได้ครับ ผมไม่ได้ต้องการให้หมอยืนยันจากชื่ออย่างเดียว”

เธอขอให้ส่งภาพมาให้ แต่เขาอธิบายว่าจะประสานพนักงานสอบสวนจัดภาพสำหรับให้ตรวจดูและบันทึกข้อมูล เธอนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนพยักหน้า

“ค่ะ ทำให้ถูกต้องเถอะ”

ภูเมืองถามชื่อเต็มของนวลจันทร์ โรงเรียน และช่วงปีที่เรียน เธอตอบได้โดยไม่ต้องคิด จนถึงคำถามว่าพี่สาวเสียชีวิตเมื่อไร

มือเธอเลื่อนจากแก้วมาวางบนตัก

“ฉันขอเขียนให้ได้ไหมคะ”

เขาส่งสมุดกับปากกาให้

เธอเขียนวันที่ แล้วหยุดมองตัวเลขอยู่นาน ก่อนเติมชื่อสถานีตำรวจที่เคยรับผิดชอบคดี

ภูเมืองรับสมุดคืน คราวนี้เขาไม่ได้ถามต่อว่าตายอย่างไร

“ผมจะตรวจข้อมูลก่อน ถ้าต้องคุยรายละเอียด จะนัดให้หมอมีเวลานะครับ”

“แม่ฉันยังไม่รู้อะไร”

“ครับ”

“ฉันไม่ได้ขอให้ปิดเรื่องนะคะ แค่…ถ้าจะคุยกับแม่ ขอให้ฉันอยู่ด้วย”

เขาพยักหน้า

นวลละออหยิบแก้วขึ้น แต่ไม่ได้ดื่ม

“เด็กอีกคนคือใครคะ”

ภูเมืองมองภาพในโทรศัพท์

“อาจเป็นน้องสาวผมครับ”

เธอหันมาหาเขาเต็มตัวเป็นครั้งแรก

หมอธวัชเงยหน้าจากเอกสารเมื่อเธอเคาะประตู

นวลละออเล่าเรื่องรูปและชื่อพี่สาวจนจบ เขาถามเพียงว่าเธอได้เห็นตัวจริงของรูปหรือยัง

“ยังค่ะ เป็นภาพจากจุดตรวจค้น”

“งั้นยังไม่ต้องรีบตัดสิน แต่ข้อมูลนี้ต้องแจ้งพนักงานสอบสวน แล้วเราจะจัดคนทบทวนงานส่วนที่เกี่ยวข้อง”

“ค่ะ”

“วันนี้นวลทำงานอื่นไหวไหม”

เธอเกือบตอบว่าไหว ก่อนมองมือตัวเอง

“ขอพักสักชั่วโมงได้ไหมคะ”

“ได้ ไม่ดีขึ้นก็บอก”

ตอนออกมา นนท์กำลังเก็บกล้อง เขาเห็นเธอเดินผ่านโต๊ะไปโดยไม่ได้หยิบแฟ้มที่วางไว้

“หมอครับ ลืมของหรือเปล่า”

เธอหันกลับมองแฟ้มแล้วส่ายหน้า

“ฝากไว้ก่อนนะ เธอช่วยบอกรินทีว่าฉันอยู่ห้องพัก”

“ครับหมอ”

นนท์หยิบขวดน้ำจากโต๊ะตัวเองเดินมาส่งให้ เธอรับไว้ก่อนนึกได้ว่าอีกมือยังถือแก้ว

“ฉันมีแล้ว”

เขาก้มมองแล้วหัวเราะเบา ๆ

“ผมก็ไม่ทันเห็นครับ”

เธอยิ้มได้เพียงนิดเดียว แต่ความเก้อเขินเล็ก ๆ นั้นทำให้เดินต่อไหว

ภูเมืองแจ้งข้อมูลใหม่กับพนักงานสอบสวนและผู้กำกับ

จากนั้นมอบหมายให้จ่าเนศประสานตรวจชื่อโดยยังไม่สรุปว่าเป็นบุคคลเดียวกัน

“แล้วท่านล่ะครับ” จ่าเนศถาม

“กลับบ้าน เอารูปให้น้องที่บ้านดูไม่ได้ ต้องให้พ่อกับแม่ช่วย”

เขาหยุดแล้วแก้คำตัวเอง

“เอารูปน้องที่บ้านมาเทียบ”

จ่าเนศรับกุญแจรถจากมือเขาเงียบ ๆ

ระหว่างทาง ภูเมืองนั่งเปิดดูรูปภาวดีในเครื่อง แต่ละปีแม่ถ่ายเธอไว้มากมาย วันเปิดเทอม วันเกิด วันที่ไม่มีอะไรพิเศษ

เขาเคยบ่นว่าแม่ถ่ายซ้ำทำไม

วันนี้กลับรู้สึกว่ายังมีไม่พอ

นวลละออนั่งในห้องพักโดยไม่ได้เปิดไฟ เธอโทรหาแม่ แต่พอได้ยินเสียงปลายสายก็ถามเพียงเรื่องช่างไฟ

“มาแล้วลูก เปลี่ยนหลอดให้แล้ว”

“เท่าไรคะ”

แม่บอกราคา แล้วเงียบไป

“นวล มีอะไรหรือเปล่า”

เธอก้มมองวันที่ซึ่งเพิ่งเขียนลงสมุดให้ภูเมือง

“แม่จำได้ไหมคะ พี่เคยมีเพื่อนชื่อภาวดีหรือเปล่า”

ปลายสายมีเสียงถ้วยวางบนโต๊ะ

“ชื่อภาใช่ไหม”

นวลละออขยับนั่งตรง

“แม่รู้จักหรือคะ”

“พี่เคยพามาบ้าน ทำรายงานกัน แม่จำได้ว่าเด็กคนนั้นพูดเพราะ”

เธอกำโทรศัพท์แน่น

“ทำไมหนูจำไม่ได้เลย”

“ตอนนั้นหนูไปค่ายกับโรงเรียน กลับมาก็บ่นว่าพี่เอาขนมหนูให้เพื่อนกินหมด”

ภาพกระป๋องขนมบนตู้ผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอจำความโกรธเล็กน้อยวันนั้นได้ แต่จำเรื่องเพื่อนของพี่ไม่ได้

“นวล ถามทำไมลูก”

เธอยกมือปิดตา คราวนี้ไม่อยากเปลี่ยนเรื่องอีก

“ตำรวจเจอรูปค่ะ อาจเป็นรูปพี่กับภา”

แม่ไม่ได้ถามว่ารูปอยู่ที่ไหนทันที

เธอถามว่า “หนูอยู่คนเดียวหรือเปล่า”

นวลละออเม้มปาก ก่อนตอบตามจริง

“ค่ะ”

“งั้นคุยกับแม่ก่อน ยังไม่ต้องวาง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป